FMC12www.NongAey.com

การขนส่งปลาสวยงามไปต่างประเทศ

ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาแปลข้อมูลของเมืองนอกให้เพื่อนๆๆ ก็เลยเอาข้อมูลภาษาไทยมาให้ก่อน คิดว่าหลายคนคงอยากรู้เรื่องส่งออกปลา ข้อมูลอาจจะไม่ได้เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับกระเบนโดยเฉพาะ ผมว่ามันก็เอาไปปรับใช้ได้บ้าง เอาไว้เป็นแนวทางสำหรับการส่งออกครับ ก็เลยเอามาแชร์ให้เพื่อนๆๆครับ

การขนส่งปลาสวยงามไปต่างประเทศ by อมรรัตน์ เสริมวัฒนากุล และคณะ

     การขนส่งปลาสวยงามที่มีคุณภาพไปยังตลาดเป้าหมาย นับเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จในการประกอบธุรกิจปลาสวยงาม คุณภาพน้ำและสภาพแวดล้อมในระหว่างการขนส่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากระหว่างจุดส่งสินค้ากับจุดหมายปลายทาง นอกจากนี้ระยะเวลาที่ใช้ในการขนส่งสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศอาจใช้ระยะเวลา 48-72 ชั่วโมง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีผลกระทบต่อคุณภาพของปลาเมื่อถึงจุดหมายได้


      ในระหว่างการลำเลียงขนส่ง ปลาจะถูกบรรจุลงในถุงพลาสติกพร้อมกับการบรรจุออกซิเจนลงไปอย่างไรก็ตามในระหว่างการขนส่งคุณสมบัติน้ำในถุงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ได้แก่ การลดลงของค่าความเป็นกรดเป็นด่างหรือค่าพีเอช (pH)
ของเสียที่ถูกขับถ่ายจากกิจกรรมที่เกิดจากขบวนการเมตาบอลิซึม หรือการเผาผลาญภายในร่างกายของสัตว์น้ำมีผลทำให้ระดับแอมโมเนียในน้ำเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปริมาณแอมโมเนียที่เพิ่มนี้จะเป็นอันตรายต่อปลา หากมีปริมาณมากเกินไปอาจทำให้ปลาตายได้ การบรรจุปลาลงในถุงที่ระดับความหนาแน่นมากเกินไป

แม้ว่าจะช่วยลดต้นทุนในการขนส่งลงได้ แต่อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อผลเสียที่อาจเกิดตามมาได้ ดังนั้นจึงควรที่จะหาแนวทางในการปรับสภาวะที่ก่อให้เกิดความสมดุลในการขนส่งปลาสวยงามให้ได้ประโยชน์สูงสุดภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ต้นทุนในการขนส่งมีความคุ้มทุนมากที่สุด ในขณะที่มีอันตรายกับปลาน้อยที่สุด คุณประโยชน์ของบทความนี้เพื่อให้ทราบรายละเอียด วิธีการเตรียมปลาสวยงาม

ขั้นตอนในการขนส่ง อันเป็นปัจจัยที่สำคัญในการส่งออกปลาสวยงามไปยังจุดหมายปลายทาง ณ ตลาดต่างประเทศ โดยได้รวบรวมแนวทางในการลดความเสี่ยงที่เกิดกับปลาและความจำเป็นของการดูแลปลาในช่วงระหว่างการขนส่ง
การเตรียมปลาสวยงามก่อนส่งออก

    แหล่งที่จะได้ปลาสวยงามก่อนส่งออกมาจากหลายแหล่ง จากการเลี้ยงตามฟาร์มต่าง ๆ ซื้อมาจากตลาดขายส่ง บางครั้งก็มาจากการจับจากธรรมชาติและนำมาพักก่อนที่จะนำมาขายให้แก่ผู้ส่งออก เนื่องจากปลามาจากหลายแห่งจึงมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบปลาเหล่านั้นก่อนเพื่อป้องกันโรคที่อาจจะติดต่อเข้ามาในฟาร์มได้


โดยทางปฏิบัติแล้วมักจะมีบ่อหรือตู้แยกเลี้ยงปลาส่วนนี้ไว้ก่อนเพื่อเฝ้าดูอาการผิดปกติที่อาจจะเกิดในช่วงระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ ถ้าพบว่ามีอาการผิดปกติจะดูแลรักษาจนกว่าปลาจะปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ ถ้าปลาไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ จะเก็บปลานั้นไว้อีก 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของปลาก่อนส่งออก ดังนั้นบริษัทส่งออกส่วนใหญ่จึงจำเป็นที่จะต้องมีบ่อ ถัง หรือตู้ปลาเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะใช้ในการรวบรวมปลาก่อนส่งออกและยังใช้เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่าปลอดโรคก่อนส่งออกด้วย



ขั้นตอนในการเตรียมปลาก่อนการส่งออกนั้น วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ควรจะมีคุณภาพดี มีการดูแลในเรื่องของความสะอาดเป็นอย่างดี ควรมีพื้นที่มากเพียงพอในการวางตู้หรือถังเพื่อใช้ในการพักปลา


ควรจะมีการคัดเลือกปลาให้มีขนาดต่าง ๆ ตามความต้องการของตลาด หรือคัดแยกเพศ นอกจากนี้ควรจะมีสถานที่สำหรับการคัดเลือกปลาที่สามารถใช้งานได้สะดวกในบริเวณที่สะอาด และมีแสงสว่างอย่างเพียงพอ
ขั้นตอนในการเตรียมปลาก่อนการขนส่ง

1. ก่อนที่จะบรรจุปลาลงในถุงอาจมีการใช้สารเคมีบางชนิด เพื่อควบคุมและกำจัดปรสิต มีการตรวจสอบโรคและปรสิตของปลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก่อนจำหน่ายปลา





2. ปลาที่เตรียมจะส่งขาย ควรนำมาพักไว้ในถังเพื่อแยกประเภท ขนาด และเพศ ถ้าเป็นไปได้ควรจะตรวจสอบโรคและปรสิตอีกครั้ง ถังสำหรับพักปลาควรมีน้ำและการให้อากาศอย่างเพียงพอ นอกจากนั้นยังควรเติมเกลือแกงลงในถังพักนี้ด้วย โดยเติมให้น้ำมีค่าความเข้มข้นประมาณ 0.2-1 เปอร์เซ็นต์แล้วแต่ชนิดของปลา สารละลายเกลือแกงจะช่วยสร้างสภาวะไอโซโทนิค (isotonic) ทำให้ความเข้มข้นของเกลือแร่ในร่างกายปลาและภายนอกร่างกายมีค่าใกล้เคียงกัน จะมีประสิทธิภาพในการลดความเครียดและกระตุ้นให้ปลาสร้างเมือกขึ้นมาหุ้มตัวเอง ช่วยในการป้องกันการติดเชื้อหรือปรสิตในช่วงที่ปลาอ่อนแอ





3. ฝึกให้ปลาอยู่ในสภาพที่หนาแน่นก่อนที่จะส่งปลาออก มีการลดปริมาณอาหารที่ให้ ในบางกรณีมีการลดอุณหภูมิ ปลาเมืองร้อนอุณหภูมิที่เหมาะสมในการลำเลียงประมาณ 15-18 องศาเซลเซียส โดยทั่วไปถ้าเป็นไปได้เพื่อให้ปลาคุ้ยเคยกับสภาพของการลำเลียง





4. ควรงดให้อาหารอย่างน้อย 2 วัน แต่ไม่ควรเกิน 5 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของปลาตัวอย่างเช่น ปลาที่ออกลูกเป็นตัว ได้แก่ ปลาหางนกยูง ปลาสอด ปลาแพลทตี้ ปลามอลลี่ ใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน ในขณะที่ปลาทองและปลาแพะ (Corydoras) ควรงดอาหารอย่างน้อย 4 วัน ควรจะดูดสิ่งขับถ่ายของปลาออกจากถังพักวันละ 1-2 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ปลากินสิ่งขับถ่ายที่ตกค้าง การที่ไม่มีสิ่งขับถ่ายอยู่ในถังพักเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า ปลานั้นมีความพร้อมที่จะนำไปนับแยกประเภท เพื่อการขนส่งได้แล้ว





5. การแยกประเภทของปลาและนับจำนวนเพื่อบรรจุลงถุง โดยแบ่งตามคุณภาพของปลาและเก็บปลานั้นไว้ในตู้เลี้ยงหรือถังเลี้ยง ภาชนะใช้สำหรับบรรจุปลาก่อนการขนส่งควรจะมีน้ำและอากาศอย่างเพียงพอ ควรมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำวันละ 4 ครั้ง ภาชนะที่เหมาะสมเพื่อใช้ในการเตรียมการขนส่ง ควรจะมีข้อต่อที่ทำให้น้ำสามารถลดปริมาตรลงได้เท่ากับปริมาตรที่ใช้ขณะขนส่ง ทั้งปลาและน้ำสามารถบรรจุลงสู่ถุงที่ใช้ในการขนส่งได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาและลดความเสียหายจากการขนส่งได้





6. อุปกรณ์อื่น ๆ ที่อาจจะบรรจุเพิ่มเติมลงไป ได้แก่ ถุงน้ำแข็ง หรือ ถุงฮีทแพค ควรจะเตรียมการให้พร้อมหากมีความจำเป็นต้องใช้ จากนั้นจะนำไปบรรจุลงในกล่องโฟมพร้อมกัน ถุงปลาจะบรรจุอากาศและออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าไปและปิดปากถุงให้แน่นป้องกันการรั่วไหลของออกซิเจน
                   ปัจจุบันนี้มีการเติมสารเคมีหลายชนิดลงไปในน้ำที่ใช้เพื่อการขนส่ง จุดประสงค์เพื่อลดความเครียดและเพิ่มอัตรารอดของปลา สารเคมีที่นิยมใช้โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้ กลุ่มยากล่อมประสาท (sedatives) สารที่ใช้ในการควบคุมคุณภาพน้ำ (water quality stabilizer) และกลุ่มยาปฏิชีวนะ (antibiotic)

กลุ่มยากล่อมประสาทที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ ควินอลดิน (quinaldine) หรือควินอลดินซัลเฟต (quinaldine sulfate) และไตรเครนมีเทรนซัลโฟเน็ต หรือเอ็มเอส ทูทูทู (tricane methanesulfonate or MS 222) โดยควินอลดิน ใช้ที่ความเข้มข้น 25 พีพีเอ็ม (25 กรัมต่อน้ำ 1,000 ลิตร หรือ 25 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร) ในขณะที่เอ็มเอส ทูทูทู ใช้ที่ความเข้มข้น 60-70 พีพีเอ็ม สารประกอบเหล่านี้จะช่วยลดการทำงานของขบวนการเผาผลาญในร่างกายของปลา ดังนั้นจะช่วยป้องกันการบาดเจ็บของปลาที่เกิดจากการกระโดดหรือการเสียดสีระหว่างปลาในถุงด้วย


สารที่ใช้ในการควบคุมคุณภาพน้ำให้คงที่ประกอบด้วย พีเอชบัฟเฟอร์ (pH buffers) ใช้ตามที่ระบุในฉลาก ซีโอไลท์ (zeolite) เพื่อกำจัดแอมโมเนีย ปริมาณที่ใช้ 20 กรัมต่อลิตร หรือเอคติเวตเต็ดคาร์บอน (activated Carbon) ปริมาณที่ใช้ 20 กรัมต่อลิตร น้ำแข็งหรือฮีทแพคเพื่อรักษาระดับของอุณหภูมิให้เปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด เกลือแกงที่ความเข้มข้น 5-10 พีพีที (5-10 กิโลกรัมต่อน้ำ 1,000 ลิตร) เพื่อทำให้น้ำมีสภาวะเป็นไอโซโทนิค (isotonic) เกิดความสมดุลระหว่างน้ำภายนอกและภายในร่างกายของปลา นอกจากนี้ยังมีการใช้สารจำพวก คีเลตติ้งเอเจ็นท์ (chelating agents) บัฟเฟอร์ (buffers) สารกำจัดแอมโมเนียหรือคลอรีน และยาปฏิชีวนะบางตัวร่วมกัน ซึ่งสามารถตรวจสอบการใช้สารเหล่านี้ได้จากฉลากที่ระบุข้างกล่อง


    การใช้ยาปฏิชีวนะเป็นวิธีที่ต้องควบคุมตามกฎหมายซึ่งการใช้ควรจะพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นพิเศษเพื่อเป็นการป้องกันการดื้อยา ยาปฏิชีวนะชนิดที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางสำหรับการขนส่งปลาและการรักษาด้วยยาก่อนจับขาย ได้แก่ ออกซิเตตร้าซัยคลิน (oxytetracycline) ความเข้มข้น 5-20 พีพีเอ็ม และยาเหลือง
(acriflavine) ความเข้มข้น 3-10 พีพีเอ็ม นอกจากนี้มียาปฏิชีวนะบางตัวที่กำลังนิยมใช้คือ กลุ่มยาซัลฟามัยซิน หรือออกโซลินิค เนื่องมาจากแบคทีเรียสามารถที่จะต่อต้านหรือดื้อยาปฏิชีวนะชนิดอื่นที่เคยมีการใช้มาก่อน

การบรรจุ


    วิธีการสำหรับขนส่งปลาสวยงาม ปลาจะถูกบรรจุลงในถุงพลาสติกซึ่งเติมออกซิเจนบริสุทธิ์และรัดด้วยหนังยางหรืออาจใช้เครื่องจักรที่มีอุปกรณ์หนีบปากถุงก็ได้ โดยจะบรรจุถุงในลักษณะที่หลวม ๆ เพื่อป้องกันการขยายตัวของอากาศในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของความดันอากาศเมื่ออยู่บนเครื่องบิน


จากนั้นนำไปบรรจุในกล่องโฟมที่มีคุณสมบัติเป็นฉนวนโดยในกล่องโฟมนี้อาจบุด้านในด้วยหนังสือพิมพ์ก่อนก็ได้ จากนั้นเปิดกล่องใช้เทปใสปิดทับอีกครั้ง ขนาดและรูปร่างของถุงและกล่องเหล่านี้ รวมทั้งฉนวนกันความร้อนได้มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ตัวอย่างเช่น ถุงที่มีกันถุงเป็นรูปสี่เหลี่ยมนี้ได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด


การใช้ถุงแบบมีรอยจีบจะช่วยทำให้ได้ปริมาณออกซิเจนที่สัมผัสกับผิวหน้าน้ำได้มากขึ้น และยังช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากความแออัดของการใช้พื้นที่ภายในกล่อง การวางถุงในกล่องอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความแออัดของปลาที่เกิดในบริเวณมุมถุง การบรรจุอากาศแบบเต็มถุงจะสามารถใช้พื้นที่ทั้งกล่อง


ในขณะที่การบรรจุอากาศแบบครึ่งถุงจะบรรจุได้ 2 ถุงต่อกล่อง และการบรรจุอากาศแบบหนึ่งส่วนสี่ สามารถบรรจุได้ 4 ถุงต่อกล่อง อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับระยะทางที่จะต้องขนส่ง ผู้ส่งออกในประเทศย่านเอเซียโดยทั่วไป จะใช้ถุงที่ผลิตมาจากพลาสติกและจะใช้ความร้อนปิดผนึกที่ปลายอีกด้านหนึ่งของถุง


ดังนั้นลักษณะของถุงจึงเป็นถุงที่มีตะเข็บด้านเดียว เรียกถุงแบบนี้ว่า pillow bags ใช้ในธุรกิจเนื่องจากเมื่อผู้ใช้เติมลมเข้าไปในถุง จะได้ถุงที่มีลักษณะเป็นทรงกลม และช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวของน้ำให้มากขึ้นในขณะขนส่ง ขนาดของถุงที่ใช้อาจมีขนาดแตกต่างกันตั้งแต่ 7.5 x 17.5 เซนติเมตร ซึ่งนิยมใช้บรรจุปลาแบบตัวเดียวต่อหนึ่งถุง ถุงขนาด 35 x 65 เซนติเมตรบรรจุปลาขนาดเล็กที่มีจำนวนมาก


ถุงที่มีขนาดใหญ่สามารถบรรจุน้ำได้ 5-7 ลิตร โดยมีอัตราส่วนของปริมาตรน้ำ : ปริมาตรออกซิเจน เท่ากับ 35 : 65 หรือ 20 : 80 สามารถบรรจุปลาได้ 200-500 ตัวต่อถุง โดยน้ำหนักรวมต่อถุงไม่ควรเกิน 20 กิโลกรัม ดังแสดงไว้ในตารางที่ 1

ถุงแบน (pillow bag)
กว้าง x ยาว x เซนติเมตร

ถุงแบบมีรอยจีบ (ก้นถุงเป็นสี่เหลี่ยม)
(กว้าง x ยาว x สูง เซนติเมตร)

35 x 65 (บรรจุอากาศเต็มถุง)
27.5 x 60
25 x 57.5
22.5 x 57.5 (บรรจุอากาศครึ่งถุง)
22.5 x 42.5
20 x 37.5
17.5 x 22.5
12.5 x 25 (1/4 ส่วน)
10 x 20 (1/8 ส่วน)
7.5 x 17.5 (บรรจุปลาหนึ่งตัว)

37.5 x 37.5 x 55 (เต็มถุง)
20 x 40 x 55 (ครึ่งถุง)
20 x 20 x 50 (1/4 ส่วน)
10 x 15 x 45 (1/8 ส่วน)
10 x 10 x 40 (1/16 ส่วน)



ชนิดและรูปแบบของกล่องที่ใช้สำหรับบรรจุปลาในธุรกิจปลาสวยงามมีความหลากหลาย ผู้ส่งออกส่วนใหญ่จะนิยมใช้กล่องที่หาซื้อมาจากแหล่งที่รู้จักเพื่อใช้ในการบรรจุปลาเพื่อการส่งออกตามความต้องการกล่องที่ใช้เพื่อการส่งออก โดยทั่วไปแล้วจะสามารถนำกล่องที่ได้รับนั้นกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง การบรรจุปลาสวยงามจากประเทศแถบเอเซียพบว่า ขนาดของกล่องที่ใช้มีขนาด 42 x 60 x 30 เซนติเมตร และขนาด 38 x 49 x 38 เซนติเมตร กล่องทั้งสองขนาดสามารถบรรจุได้อย่างน้อย 4 ถุง ด้านนอกของกล่องจะเขียนว่า ทรอพิคอล (Live tropical Fish) กล่องที่นิยมใช้มี 2 ประเภท คือ กล่องโฟมและกล่องกระดาษ

     จำนวนปลาที่บรรจุในถุง จะขึ้นอยู่กับจำนวนเวลาในการขนส่งจากประเทศต้นทางถึงประเทศปลายทาง ซึ่งอาจใช้เวลานานตั้งแต่ 48-72 ชั่วโมง ในบางครั้งมีการบรรจุปลาเกินจำนวนโดยที่ปลาวางไข่จะบรรจุเกินจำนวนประมาณ 5% ขณะที่ปลาจำพวกออกลูกเป็นตัวจะบรรจุเกินจำนวนประมาณ 10% ส่วนปลาที่มีราคาแพง เช่น ตระกูลปลาหมอสี จะไม่มีการบรรจุเกินจำนวน ปลาที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งมีหนามหรือเกล็ดที่แหลมคม ควรจะบรรจุไว้ในถุง 2 ชั้นเพื่อลดความเสี่ยงอันจะเกิดจากการโดนครีบแทงถุงและอาจเกิดการรั่วไวได้ การบรรจุปลาจำนวนมากเกินไป จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่อาจเกิดได้กับปลา

การพิจารณาค่าระวางขนส่ง



     สิ่งที่ควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในการส่งออกปลาสวยงาม ควรมุ่งเน้นที่ตารางการบิน และวิธีการที่สายการบินใช้ในการขนส่งผู้ส่งออกจำเป็นต้องทราบว่า มีการเคลื่อนย้ายปลาไปยังเครื่องบินลำอื่นก่อนถึงจุดหมายปลายทางหรือไม่ ข้อมูลกำหนดการล่วงหน้าของจุดหมายปลายทางที่แน่นอน และพื้นที่ของระวางขนส่งที่มีอยู่ โดยเปรียบเทียบกับสายการบินอื่น นับเป็นสิ่งที่จำเป็นเนื่องจากผู้ขนส่งจะมีการเปลี่ยนแปลงความต้องการและเวลาในรอบปี สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนส่งออก ได้แก่


1. ชั่วโมงการขนส่งรวมจากสถานีต้นทางถึงสถานีปลายทาง โดยนับเวลาตั้งแต่ที่ถุงถูกปิดผนึกลง


2. การเคลื่อนย้ายสินค้าในระหว่างการเดินทางจำเป็นต้องทราบว่าได้มีการควบคุมอุณหภูมิของบรรจุภัณฑ์ที่ขนส่งหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว


3. ควรคำนึงถึงความเป็นอยู่ของปลาเป็นอันดับแรก


4. สำนักงานของสายการบินซึ่งเป็นเจ้าของระวางขนส่งได้มีการแจ้งให้ลูกค้าทราบ เกี่ยวกับการมาถึงของสินค้าหรือไม่


5. หากสินค้าที่ส่งไปถึงในช่วงที่ไม่ใช่ชั่วโมงทำงานปกติ จะก่อให้เกิดความล่าช้าอันเนื่องมาจากผลจากการตรวจสินค้าหรือไม่



ขั้นตอนในการรับสินค้าที่มาจากการขนส่ง



   สภาพของสินค้าที่ส่งมาถึงจุดหมายปลายทางเป็นสิ่งที่ควรคำนึง เนื่องมาจากในระหว่างการขนส่งเป็นระยะทางไกล ๆ หรือในกลุ่มของสินค้าที่มีความล่าช้า เนื่องมาจากการขนส่งเพราะปลาเหล่านี้อาจจะได้รับผลกระทบ


จากการที่อยู่ในสภาพที่มีแอมโมเนียมากเกินไป การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างกะทันหันหรือปัญหาอื่น ๆ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและกายภาพที่เกิดขึ้น เนื่องจากขบวนการเมตาบอลิซึมของปลาที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่งปลาจะใช้ออกซิเจนและปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์และไนโตรเจนในรูปแอมโมเนีย



ค่าแอมโมเนียทั้งหมด (total ammonia) ประกอบด้วย 2 รูป คือ แอมโมเนีย (ammonia, NH3) เป็นพิษกับปลา และแอมโมเนีย ammonium ion (NH4) ไม่เป็นพิษกับปลา กล่าวคือถ้าน้ำมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างสูงและมีอุณหภูมิสูง ค่าของแอมโมเนียจะมีมาก ซึ่งเป็นอันตรายกับปลาสูง เป็นที่น่าสังเกตว่าค่าแอมโมเนียไม่สามารถทำการตรวจวัดได้โดยตรง แต่เราสามารถทำนายความเข้มข้นได้จากปริมาณของแอมโมเนีย (NH4) ที่อุณหภูมิและค่าความเป็นกรดเป็นด่างนั้น





    เมื่อปลาไปถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ก่อนจะปล่อยปลาออกจากถุง ควรระมัดระวังความแตกต่างของอุณหภูมิและค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำที่ใช้ในการขนส่งกับน้ำใหม่ เนื่องจากว่าในขณะที่ปลาอยู่ในถุงปลาจะใช้ออกซิเจนและขับถ่ายคาร์บอนได้ออกไซด์ออกมา ทำให้เกดการสะสมของคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นจะมีผลทำให้ค่าความเป็นกรดและเป็นด่างในถุงลดลงไปด้วย ในขณะเดียวกันปลามีการขับถ่ายของเสียออกมาในรูปของแอมโมเนียซึ่งเป็นอันตรายกับปลาในถุง บางครั้งเป็นอันตรายจนทำให้ปลาในถุงตายหมดได้ ดังนั้นในการที่บรรจุปลาเป็นจำนวนมากเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง อาจจะเป็นผลเสียหายได้ถ้าปลาที่ขนส่งนั้นตาย





     วิธีที่แนะนำสำหรับการปรับสภาพของปลาให้เข้ากับสภาพน้ำใหม่ คือการลอยถุงพลาสติกที่ปิดสนิทในถังหรือตู้ที่ใช้สำหรับรับปลา ใช้เวลาประมาณ 5-15 นาที และรอจนกระทั่งอุณหภูมิของน้ำในถุงกับน้ำใหม่มีค่าเท่ากัน ถ้าเป็นไปได้ควรจะทำการตรวจสอบความแตกต่างระหว่างค่าของอุณหภูมิและค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำในถุงและน้ำใหม่ ข้อควรระวังอย่างหนึ่งคือถ้าน้ำใหม่มีค่าอุณหภูมิสูงและค่าความเป็นกรดเป็นด่างสูงต้องยิ่งเพิ่มความระมัดระวัง เพราะจะทำให้แอมโมเนียที่อยู่ในถุงเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว


เมื่อปล่อยปลาลงในน้ำใหม่แล้ว อาจจะเติมเกลือแกงเพื่อลดความเครียดลงไปในน้ำใหม่ และควรมีการตรวจสอบปลาเพื่อหาปรสิตภายนอกหรือโรคที่อาจติดมากับปลาเมื่อเปิดถุงออก ค่อย ๆ ปล่อยลงในน้ำใหม่ โดยทั่วไปถุงที่ใช้ในการขนส่งปลาเรียบร้อยแล้วจะถูกทำลายทันทีเป็นการป้องกันโรคและปรสิตเข้าสู่ระบบการเลี้ยงได้


    ในกรณีที่ถุงถูกเปิดก่อนหน้านี้มีผลทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำที่ใช้ขนส่ง จะแพร่กระจายสู่บรรยากาศ ส่งผลให้ค่าความเป็นกรดเป็นด่างน้ำที่ใช้ขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับปริมาณแอมโมเนียที่เป็นพิษ ซึ่งสามารถทำให้ปลาเกิดความเครียด และร้ายแรงจนอาจทำให้ปลาตายได้ การเติมน้ำลงไปในถุงที่เปิดจะเป็นการเพิ่มความเครียดแก่ปลา หากน้ำที่เติมลงไปใหม่มีค่า pH และอุณหภูมิที่สูง

ขอขุณข้อมูลดีๆๆจาก : วารสารการประมง ฉบับที่ (54) : 1 มกราคม - กุมภาพันธ์
ขอบคุณพี่ KO ที่นำมาให้อ่านครับผม ขอ้มูลแน่นปึ๊กอีกแล้วครับท่าน
www.sanairtraining.com ศูนย์ฝึกอบรมธุรกิจการบิน และการโรงแรม TOEIC
อืม.. หืม..  แหมข้อมูล สุดๆ ครับ อ่านซะตาแฉะเยยยยย ..
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
สูงสุดกลับคืนสู่สามัญ
เดย์ - ครับ ต้องขอบคุณเจ้าของบทความมากกว่าครับ พี่ก็แค่นำมาให้เพื่อนๆอ่านเป็นความรู้เพื่อนำไปปรับใช้
พี่ V - ขอโทษทีครับพี่ที่ยาวไปหน่อย ทนๆๆอ่านไปเถอะครับรับรองว่ามีประโยชน์
คุณ Zathara - ไม่เป็นไรครับ แค่อ่านแล้วส่งต่อข้อมูลให้กับคนอื่นๆๆต่อไป แค่นี้ผมก็ดีใจแล้วครับ " การให้ที่ยิ่งใหญ่ คือการให้ต่อไปไม่รู้จบ "
คุณวิทย์ - ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เห็นด้านล่างเขียนว่า มือใหม่กระเบน - อันนี้ขอเถียงครับ 555
ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลดีๆ ครับ